ทีมอุรุกวัย

เปิดปูมฟุตบอลโลก กับทีม “จอมโหด” ทีมอุรุกวัย อดีตแชมป์โลกที่ร่วงตั้งแต่รอบแรก

ในบรรดาทีมที่ได้รับโอกาสและแข็งแกร่งพอที่จะมาร่วมวงแข้งที่กาตาร์ในปีนี้ ที่เพิ่งได้แชมป์โลกไปแบบสดๆร้อนๆ นั้น ก็จะมีทีมที่เคยชูถ้วยกันมาแล้วไม่กี่ทีม ซึ่งก็มากันอย่างพร้อมเพรียงกันเลยทีเดียวสำหรับฟุตบอลโลกหนนี้ ยกเว้นอิตาลี ที่ไม่ได้เข้าสู่รอบสุดท้ายมา 8 ปีดีดักแล้ว และก็จะมีแชมป์เก่าบางรายที่ต้องกระเด็นตกรอบไปเพราะทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก ที่เห็นได้ชัดๆก็คือทีมชาติเยอรมัน ที่แพ้ตั้งแต่นัดแรก ส่งผลให้ร่วงกลับบ้านตั้งแต่รอบแรกอีกแล้ว เพราะครั้งก่อนก็จบเห่ตั้งแต่รอบแรกเช่นกัน แต่ก็จะมีอยู่อีกทีมหนึ่งที่ร่วงตกรอบแรกเช่นเดียวกันกับ ทีมอุรุกวัย และยังเคยเป็นแชมป์เก่ารายการนี้ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มจัดการแข่งขันเสียด้วย

เส้นทางสู่แชมป์โลกของ ทีมอุรุกวัย ฉายา จอมโหด

ทีมอุรุกวัย

อุรุกวัยนั้น ถือได้ว่าเป็นชาติขาประจำอีกชาติหนึ่งในโซนอเมริกาใต้ที่เข้ารอบสุดท้ายกันบ่อยๆเป็นประจำ เป็นประเทศเล็กๆที่ผลิดนักเตะชื่อดังมาแล้วมากมายทุกยุคทุกสมัย เป็นชาติที่คลั่งเกมลูกหนังไม่แพ้ชาติอื่นๆในโซนเดียวกัน และยังเป็นชาติแรกที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1930 และทุกท่านยังสามารถที่จะเข้าร่วม สำหรับ สล็อตpgที่ดีที่สุด ได้เลยเพิ่มเติมตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

สนามทีมอุรุกวัย

เรามาย้อนอดีตดูเส้นทางสู่แชมป์โลกของทีมจอมโหดกัน ในยุคนั้น ไม่ได้มีทีมที่เข้าร่วมมากมายอย่างเช่นทุกวันนี้ ในครั้งแรกนั้น มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันกันเพียง 13 ทีมเท่านั้น ซึ่งไม่มีการคัดเลือกกันแต่อย่างไร สำหรับการแข่งครั้งแรกจะเป็นรูปแบบของการเล่นที่เรียกว่า “ลองไฟ” หรือจะเป็นชาติที่เป็นสมาชิกของฟีฟ่า และได้รับเชิญให้มากแข่งเท่านั้น เนื่องจากการเดินทางในยุคนั้น เรียกได้ว่าเสียค่าใช้จ่ายที่มากและมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ก็ยังมีชาติที่เข้าร่วมที่มาจากแดนยุโรป 4 ชาติ คือ เบลเยียม ฝรั่งเศส ยูโกสลาเวีย และ โรมาเนีย ซึ่งก็ใช้เวลาถึง 3 อาทิตย์กว่าจะถึงอุรุกวัย ระบบการแข่งขันนั้น

นักเตะทีมอุรุกวัย

4 จะแบ่งออกเป็น สาย A B C และ D โดยสาย A มีอยู่ 4 ประเทศ ขณะที่สายอื่นมี 3 ประเทศดีกรีของอุรุกวัยก็ไม่ได้ไก่กาอาราเร่ เพราะเป็นถึงแชมป์โอลิมปิค และเปย์ค่าเดินทางให้ชาติสมาชิกเสียด้วยสำหรับสังเวียนการแข่งขันนั้น หายห่วงอย่างแน่นอน สนามเซนเตนาริโอ ในกรุงมอนเตวิเดโอนั้น จุผู้ชมได้มากถึง 1 แสนคน ซึ่งถือได้ว่าใหญ่มากในยุคนั้น สำหรับผู้ที่ฝ่าฟันมาถึงรอบชิงชนะเลิศนั้น ก็เป็นคู่ชิงที่เป็นเพื่อนร่วมทวีปอย่าง อาร์เจนติน่า และเป็นฝ่ายทีมจอมโหดที่เอาชนะไปได้ 4-2 คว้าแชมป์โลกหนแรกได้สำเร็จ

สำหรับช่องทางของการติดตามเกี่ยวกับ ข่าวใหม่คอกีฬา ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุปแบบการนำเสนอข่าวอย่างตรงไป

Related Posts